ไม่มี “ชีวิตสาธารณะ” ในกรุงเทพมหานคร(กทม.)

สุจิตต์ วงษ์เทศ…“ชีวิตสาธารณะ” เป็นข้อความที่อาจารย์ ดร.อรรถจักร สัตยานุรักษ์ (แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่) บัญญัติขึ้นแล้วอธิบายว่าหมายถึงสำนึกเราในฐานะคนคนหนึ่ง มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งอยู่กับชุมชน หรือ “พื้นที่ส่วนรวม” หนึ่งๆ จนถึงระดับที่เราจะไม่สามารถอยู่ได้ หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ไม่เหมาะไม่ควรเกิดขึ้นแก่ชุมชน…..

สุจิตต์ วงษ์เทศ
คอลัมน์ สยามประเทศไทย นสพ.มติชน
 

“ชีวิตสาธารณะ” เป็นข้อความที่อาจารย์ ดร.อรรถจักร สัตยานุรักษ์ (แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่) บัญญัติขึ้นแล้วอธิบายว่าหมายถึงสำนึกเราในฐานะคนคนหนึ่ง มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งอยู่กับชุมชน หรือ “พื้นที่ส่วนรวม” หนึ่งๆ จนถึงระดับที่เราจะไม่สามารถอยู่ได้ หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ไม่เหมาะไม่ควรเกิดขึ้นแก่ชุมชน หรือแก่สมาชิกในพื้นที่ส่วนรวมนั้นๆ

อาจารย์ ดร.อรรถจักรบอกไว้ในกรุงเทพธุรกิจ (หน้า 8 ฉบับวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2549) ต่อไปอีกว่า การที่สังคมไทยไม่มีคนกล้าลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อแก้ไขสิ่งที่ขัดหูขัดตา ทั้งๆ ที่มัน “ไม่ถูกต้อง” ไม่ใช่เพราะคนไทยขี้ขลาด หรือคนชาติอื่นกล้าหาญมากกว่าคนไทยแต่เป็นเพราะสังคมไทยไม่มี (หรือถูกทำให้ไม่มี) ชีวิตสาธารณะนั่นเอง

เหตุที่สังคมไทยไม่มี หรือถูกทำให้ไม่มี “ชีวิตสาธารณะ” ก็เพราะกิจกรรม (พิธีกรรม) สาธารณะของชุมชนในสังคมถูกริบไปโดยอำนาจของ “ราชการ” และ “ตลาด” ดังที่อาจารย์ ดร.อรรถจักร ยกตัวอย่างดังนี้

“ที่พิธีสำคัญๆ ของชุมชนท้องถิ่น เช่น งานลอยกระทง งานสงกรานต์ ถูกหน่วยราชการและกลุ่มธุรกิจดึงมาจัดแบบรวมศูนย์ เพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ในเขตจังหวัดของตนและโฆษณาเพื่อขายแก่ตลาดนักท่องเที่ยว โดยไม่มี “ชีวิตสาธารณะ” ของคนในชุมชนหรือท้องถิ่นหรืออยู่ในพิธีกรรมเหล่านั้นอีกต่อไป

จนท้ายที่สุดแล้ว งานลอยกระทงก็กลายเป็นการลอยกระทงและโคมลอยส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวอะไรกับชุมชนและท้องถิ่น และเริ่มกลายเป็นงานสงครามประทัดและดอกไม้ไฟ”

เรื่องนี้มีกรณีตัวอย่างเมื่อลอยกระทงที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้จัดลอยกระทงขึ้นบริเวณพื้นที่ริมคลองโอ่งอ่าง ตรงป้อมมหากาฬ เพื่อให้คนในชุมชนป้อมมหากาฬเป็น “เจ้าภาพ” เจ้าของงาน เป็นชุมชนตัวอย่างสร้างสำนึกพื้นที่ส่วนรวมให้มีชีวิตสาธารณะ

แต่แล้วข้าราชการริบไปทำเองทั้งหมด จนชุมชนป้อมมหากาฬเดือดร้อนต้องถอนตัวไปอยู่ห่างๆ ปล่อยให้ กทม. “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” อย่างน่าเสียดาย โดยมีข้อความจากพี่น้องป้อมฯ เขียนส่ง FAX มาบอกสั้นๆ ว่า

“งานนี้ กทม. จัด พี่น้องป้อมฯ ไม่เห็นความจำเป็นใดๆ ที่จะเข้าไปเป็นส่วนประกอบของงาน จบแล้ว สำหรับงานนี้กับ กทม.”

งานลอยกระทง

งานสงกรานต์

ป้อมมหากาฬ

ขอร้องให้ผู้ว่าฯ กทม. ย้อนไปอ่านข้อความของอาจารย์ ดร.อรรถจักร ตั้งแต่ต้นที่ว่าสังคมไทยถูกทำให้ไม่มี “ชีวิตสาธารณะ” โดยฝีมือระบบราชการ (ของ กทม.) เอง แล้วอย่างนี้มีประโยชน์อะไรจะทำกรุงเทพฯ ศึกษาให้ผาสุกอย่างพอเพียง ตามที่เคยตีปี๊บป่าวร้อง ในที่สุดก็ต้องตามตำรา “ผักชีโรยหน้า” แค่นี้ใช่ไหม?

ภาพ : Internet

Be the first to comment on "ไม่มี “ชีวิตสาธารณะ” ในกรุงเทพมหานคร(กทม.)"

Leave a comment

Your email address will not be published.